Categories
ข่าว

เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด โปเช็ตติโน่ VS ร็อดเจอร์ส

ตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วุ่นอยู่กับการควานหาผู้จัดการทีมคนใหม่ หลังจากที่สั่งปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกจากตำแหน่งช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยมีรายชื่อกุนซือที่น่าสนใจมากมายที่พวกเขาอยากได้ตัวมากุมบังเหียน
“ปีศาจแดง” จำเป็นต้องใช้งาน ไมเคิ่ล คาร์ริค ทำหน้าที่เป็นกุนซือขัดตาทัพในช่วงที่พวกเขากำลังหาผู้จัดการทีมคนใหม่ โดยช่วงที่ผ่านมามีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด สนใจ ซีเนดีน ซีดาน แต่ดูเหมือน “ซิซู” ไม่สนใจอยากทำงานในเมืองผู้ดี

ทำให้ทีมต้องหาตัวเลือกอื่นโดยมีทั้ง หลุยส์ เอ็นรีเก้, เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, เบรนแดน์ ร็อดเจอร์ส, เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ และล่าสุด รูดี้ การ์เซีย แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถหาบทสรุปได้

-เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่
โปเช็ตติโน่ เคยมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในการทำงานผู้จัดการทีมในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยกุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ประสบความสำเร็จกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ทั้งๆ ที่คุยทีมแค่ปีเดียวเท่านั้นโดยสามารถนำ “นักบุญ” จบอันดับ 8 ในตารางลีก

ที่สำคัญ “พอช” สร้างสถิติให้กับ “เดอะ เซนต์ส” ด้วยการนำทีมเก็บคะแนนได้สูงที่สุดนับตั้งแต่ที่มีการก่อตั้งพรีเมียร์ลีกขึ้นมา หลังจากนั้นเขาได้รับโอกาสย้ายไปทำงานกับทีมใหญ่อย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในปี 2014 และอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับทีมมานานถึง 5 ปี

โปเช็ตติโน่ นำ สเปอร์ส จบอันดับ 2 ในฤดูกาล 2016/2017 พร้อมสร้างสถิตินำ “ไก่เดือยทอง” เก็บแต้มได้สูงสุดถึง 86 คะแนน โดยเป็นรอง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี แชมป์ในซีซั่นนั้นเพียง 7 แต้มเท่านั้น

ในปี 2019 โปเช็ตติโน่ นำ สเปอร์ส ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกของพวกเขา แต่น่าเสียดายที่ต้องพ่ายให้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 0-2 ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน

กระนั้นมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างใน สเปอร์ส เมื่อผลงานของทีมค่อยๆ สาละวันเตี้ยลง และสุดท้ายเจ้าตัวก็ต้องรับโทษทัณฑ์ด้วยการโดนสั่งปลดในช่วงต้นฤดูกาลถัดมา หลังออกสตาร์ทได้อย่างย่ำแย่

SAGame66

-เบรนแดน ร็อดเจอร์ส
ร็อดเจอร์ส มีประสบการณ์ในอังกฤษ มากกว่า โปเช็ตติโน่ โดยเขาผ่านการเป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับ เรดดิ้ง ในช่วงต้นยุค 2000 จากนั้นก็ได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทในทีมระดับเยาวชนของ เชลซี ช่วงที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กุมบังเหียนสมัยแรก

หลังจากนั้น “บีร็อด” ได้ลองลิ้มชิมการเป็นกุนซือด้วยการรับงานกับ วัตฟอร์ด โดยเขานำสโมสรรอดจากตกชั้นในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ และจบในอันดับ 13 บทบาทต่อไปของเขาก็คือการได้คุม สวอนซี วิตี้หลังจากที่ปฏิเสธโอกาสเป็นทีมสตาฟฟ์โค้ชของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในยุคโรแบร์โต้ มันชินี่

ร็อดเจอร์ส นำสโมสรดังจากเวลส์เข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ นัดชิงชนะเลิศ และสอย เรดดิ้ง ทีมเก่าของเขาด้วยสกอร์ 4-2 ส่งผลให้ “หงส์ขาว” กลายเป็นทีมแรกจากเวลส์ที่ได้เลื่อนชั้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีก

ผลงานของ ร็อดเจอร์ส ถือว่าได้รับคำยกย่องอย่างมากโดยเฉพาะการสร้าง สวอนซี ให้กลายเป็นทีมที่เล่นบนพื้นได้น่าตื่นเต้น จนถูกยกให้เป็น “สวอนเซโลน่า” นั่นทำให้เขาได้รับงานคุม ลิเวอร์พูล และเกือบที่จะนำ “หงส์แดง” คว้าแชมป์ลีกสมัยแรกในปี 2014 แต่น่าเสียดายที่มาสะดุดขาตัวเองในช่วงท้ายซีซั่นทำให้พลาดท่าให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแค่สองแเต้มเท่านั้น

ความสำเร็จในดินแดนวิสกี้ทำให้ “บีร็อด” มีโอกาสได้กลับมาพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งที่ อังกฤษ ด้วยการกุมบังเหียน เลสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2019 แทนที่ โคล้ด ปูแอล โดยเขาช่วย “จิ้งจอกสยาม” จบอันดับ 5 สองซีซั่นติดต่อกัน และล่าสุดก็นช่วยทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ด้วยการสอย เชลซี 1-0

=============================

ข่าวกีฬา stuttle1.com

เว็บพนันออนไลน์ SAGame66 บริการด้วยทีมงานมืออาชีพ

===== ========================